MOT News

กพท. ชี้แจงกรณีไม่อนุญาตให้สายการบินที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบเพื่อออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ ทำการบินในเส้นทางระหว่างประเทศ

7 กันยายน 2560 10:18

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ชี้แจงเกี่ยวกับกรณี กพท. ไม่อนุญาตให้สายการบินที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบเพื่อออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ ทำการบินในเส้นทางระหว่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560 เป็นต้นมา กพท. ได้ชี้แจงกรณีดังกล่าว ดังนี้ 1. การไม่อนุญาตให้สายการบินทำการบินในเส้นทางระหว่างประเทศดังกล่าว เป็นเงื่อนไขสำคัญที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) จะพิจารณาส่งคณะ ICAO Coordinated Validation Mission (ICVM) มาตรวจสอบประเมินมาตรฐานด้านความปลอดภัยของไทย ซึ่งหลังจากที่ กพท. ได้ยืนยันการปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว ICAO จะส่งคณะ ICVM มาตรวจสอบ ระหว่างวันที่ 20 - 27 กันยายน 2560 2. ปัจจุบันมีผู้ดำเนินการเดินอากาศที่ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่ จำนวน 9 สายการบิน และคาดว่าจะมีสายการบินได้รับใบรับรองฯ เพิ่มเติม ภายในเดือนกันยายน 2560 จำนวน 1 - 2 สายการบิน และภายในเดือนตุลาคม 2560 จำนวน 2 - 3 สายการบิน ทั้งนี้ การที่สายการบินไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการบิน เนื่องจากการดำเนินการตรวจสอบเพื่อออกใบรับรองใหม่ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ โดยสายการบินส่วนใหญ่เริ่มกระบวนการล่าช้ากว่าสายการบิน 9 รายแรก ด้วยข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนบุคลากรที่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้ตรวจสอบ (Inspector) ที่ผ่านมา กพท. ไม่สามารถเริ่มดำเนินการตรวจสอบทุกสายการบินพร้อมกัน และได้จัดลำดับการตรวจสอบสายการบินตามปริมาณผู้โดยสารที่ขนส่งในปี 2558 3. ปัจจุบัน กพท. ได้ดำเนินการตรวจประเมินเพื่อออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่อย่างต่อเนื่อง และทุกสายการบินมีมาตรฐานด้านความปลอดภัย และสามารถขอรับการจัดสรรสิทธิการให้บริการเดินอากาศภายในประเทศในช่วงเวลาที่ไม่สามารถทำการบินในเส้นทางระหว่างประเทศ 4. กพท. เห็นว่า สายการบินที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบฯ และหยุดทำการบินในเส้นทางระหว่างประเทศได้เสียสละเพื่อประโยชน์ในภาพรวมที่ประเทศจะได้รับ หากประเทศไทยผ่านการตรวจสอบประเมินมาตรฐาน และแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย กพท. ได้ใช้มาตรการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่สายการบิน ตามที่สายการบินร้องขอ 5. กพท. จะเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อรับตรวจสอบประเมินจากคณะ ICVM โดยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานใหม่ของประเทศไทยและความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการบินของประเทศ