MOT News

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เร่งติดตามผู้บังคับโดรนบินสูงเกินกำหนดในพื้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง

8 สิงหาคม 2560 15:45

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และโฆษกกระทรวงฯ กล่าวว่า กรณีสื่อมวลชนได้เสนอข่าวว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Warm Chaiyapong‎” ได้โพสต์ข้อความลงในกลุ่ม “DJI Owner Club Thailand” ระบุว่า วันที่ 6 สิงหาคม 2560 เวลาประมาณ 08.17 น. ขณะที่ตนบินขึ้นจากสนามบินดอนเมืองด้วยเส้นทางขาออก พบโดรนสีขาวบินอยู่ความสูงประมาณ 3,000 – 3,500 ฟุต ทางปีกขวาห่างไปไม่ถึง 20 เมตร จึงเกรงว่าเครื่องบินอาจจะชนกับโดรนและเกิดอันตราย เพราะเป็นจุดที่นักบินต้องนำเครื่องขึ้น - ลง อาจทำให้เกิดความเสียหายได้ นั้น กระทรวงฯ ได้มอบให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว ขอชี้แจง ดังนี้ การทำการบินโดรนในลักษณะที่สูงเกินกำหนดในพื้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายดังนี้ 1. ถ้าผู้บังคับหรือปล่อยโดรนอากาศไม่ได้มาขึ้นทะเบียนไว้กับ กพท. จะเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 มาตรา 24 “ห้ามมิให้ผู้ใดบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินหรือทิ้งร่มอากาศ นอกจากได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกําหนด” ซึ่งมีโทษตามมาตรา 78 จําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ 2. การบินที่ความสูงเกิน 300 ฟุต และทำการบินภายในระยะ 9 กิโลเมตร จากท่าอากาศยานดอนเมือง เป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาต และเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก พ.ศ. 2558 ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 78 ข้างต้น 3. กรณีการบินใกล้อากาศยาน เป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 232 (1) ผู้ใดกระทําด้วยประการใด ๆ ให้อากาศยานอยู่ในลักษณะอันน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคล ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 140,000 บาท จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นคาดว่า จุดที่ปล่อยโดรนน่าจะอยู่ในบริเวณศูนย์เยาวชนเฉลิมพระเกียรติ เทศบาลนครนนทบุรี ถนนสามัคคี ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี หรือบริเวณใกล้เคียง ระยะห่างจากท่าอากาศยานดอนเมืองประมาณ 7.6 กิโลเมตร ทั้งนี้ กพท. จะเร่งดำเนินการสืบหาตัวผู้บังคับโดรนข้างต้นและดำเนินการลงโทษตามกฎหมายต่อไป